พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเคยเล่าถึงสมเด็จแม่ ซึ่งลงพิมพ์ในนิตยสารดิฉัน ฉบับวันที่ 15 สิงหาคม 2530 โดยทรงเล่าว่า เมื่อครั้งที่พระองค์เจริญพระชนม์ราว 8-9 พรรษา ได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จประพาสสวิตเซอร์แลนด์และสหรัฐอเมริกา เมื่อทรงปฏิบัติพระราชกิจในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยเพียงไร พอเสด็จกลับถึงที่ประทับ สมเด็จแม่ของพระองค์ท่านก็จะมาหาพระราชโอรส-ธิดาก่อน เพื่อไต่ถามลูกๆ ทุกพระองค์ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง และยังทรงรับสั่งเล่าอีกว่า
ในหลวงรัชกาลที่ ๙ “มหากษัตริย์ยอดกตัญญู” ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุด
“น้องน้อยของพี่ชาย”
ลูกๆ ทุกคน ก็ได้รู้กันแล้วว่า ความหวังของแม่ที่มีต่อลูก 3 หวัง คือ
ยามแก่เฒ่าหวังเจ้าเฝ้ารับใช้
ยามป่วยไข้หวังเจ้าเฝ้ารักษา
เมื่อถึงยามต้องตายวายชีวา
หวังลูกช่วยปิดตาเมื่อสิ้นใจ
ทีนี้มาดูตัวอย่างบ้าง … บุคคลที่เป็นยอดกตัญญูที่ประทับใจอาจารย์มากที่สุดคือใคร ทราบไหม?
คือคนในภาพนี้ … “ในหลวงของเรา”
ในหลวง นอกจากจะเป็นยอดพระมหากษัตริย์ของโลก
เป็น “THE KING OF KINGS” แล้ว
ในหลวงของเรายังเป็น “กษัตริย์ยอดกตัญญู” ด้วย
ความหวังของแม่ ทั้ง 3 หวัง ในหลวงปฏิบัติได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดให้แก่พวกเรา
ในหลวงทำกับแม่ยังไง ? … ตามอาจารย์มา อาจารย์จะฉายภาพให้เห็น
หวังที่ 1. ยามแก่เฒ่า หวังเจ้าเฝ้ารับใช้
ใครเคยเห็นภาพที่สมเด็จย่าเสด็จไปในที่ต่างๆ แล้วมีในหลวงประคองเดินไปตลอดทาง … เคยเห็นไหม ?
ใครเคยเห็น กรุณายกมือให้ดูหน่อย … ขอบคุณเอามือลง
ตอนสมเด็จย่าเสด็จไปไหนเนี่ย มีคนเยอะแยะ มีทหาร มีองครักษ์ มีพยาบาล ที่คอยประคองสมเด็จย่าอยู่แล้ว
แต่ในหลวงบอกว่า … “ไม่ต้อง คนนี้เป็นแม่เรา เราประคองเอง”
ตอนเล็กๆ แม่ประคองเรา สอนเราเดิน หัดให้เราเดิน เพราะฉะนั้น ตอนนี้แม่แก่แล้ว เราต้องประคองแม่เดิน เพื่อเทิดพระคุณท่าน ไม่ต้องอายใคร …
เป็นภาพที่ประทับใจมาก เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ท่านกตัญญูต่อแม่ ประคองแม่เดิน
ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จสองข้างทาง ฝั่งนี้ 5,000 คน ฝั่งนู้น 8,000 คน ยกมือขึ้นสาธุ แซ่ซ้อง สรรเสริญ
“กษัตริย์ยอดกตัญญู” ในหลวงเดินประคองแม่ คนเห็นแล้วเขาประทับใจ
ถ่ายรูปเอามาทำปฏิทิน เอาไปติดไว้ที่บ้าน เพื่อแสดงความเคารพ กราบไหว้
ลองหันมาดูพวกเรา ส่วนใหญ่ เวลาออกไปไหน แต่งตัวโก้ ลูกชายแต่งตัวโก้ ลูกสาวแต่งตัวสวย
แต่เวลาเดิน ไม่มีใครประคองแม่ กลัวไม่โก้ กลัวไม่สวย
ข้าราชการแต่งเครื่องแบบเต็มยศ ติดเหรียญตรา เหรียญกล้าหาญ เต็มหน้าอก
แต่เวลาเดิน ไม่กล้าประคองแม่ กลัวไม่สง่า กลัวเสียศักดิ์ศรี
ประคองแม่ เป็นเรื่องของคนใช้ หลายคนให้ประคองแม่ ไม่กล้าทำ อาย
เวลาทำดีไม่กล้าทำ อาย … เวลาทำชั่ว กล้า ไม่อาย
ใครเห็นภาพนี้ที่ไหน กรุณาซื้อใส่กรอบ แล้วเอาไปแขวนไว้ที่บ้าน เอาไว้สอนลูก
เห็นภาพชัดเจนไหมครับ ? … เท่านั้นยังน้อยไป มาดูภาพที่ชัดเจนกว่านั้น
หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่าเสร็จสิ้นลงแล้ว ราชเลขาของสมเด็จย่า มาแถลงในที่ประชุม ต่อหน้าสื่อมวลชน ว่า ก่อนสมเด็จย่าจะสิ้นพระชนม์ ปีเศษ ตอนนั้นอายุ 93 ในหลวงเสด็จจากวังสวนจิตรลดา ไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวัน
ไปทำไมครับ ? … ไปกินข้าวกับแม่ ไปคุยกับแม่ ไปทำให้แม่ชุ่มชื่นหัวใจ
พอเขาแถลงถึงตรงนี้ อาจารย์ตกตะลึง โอ้โห! ขนาดนี้เชียวหรือ ?
ในหลวงของเราเสด็จไปกินข้าวมื้อเย็นกับแม่สัปดาห์ละกี่วัน ทราบไหมครับ พวกเราทราบไหมครับ สัปดาห์ละกี่วัน ?
5 วัน … มีใครบ้างครับ ที่อยู่คนละบ้านกับแม่ แล้วไปกินข้าวกับแม่ สัปดาห์ละ 5 วัน … หายาก
ในหลวงมีโครงการเป็นร้อยเป็นพันโครงการ มีเวลาไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน
พวกเรา ซี 7 ซี 8 ซี 9 ร้อยเอก พลตรี อธิบดี ปลัดกระทรวง ไม่เคยไปกินข้าวกับแม่ บอกว่างานยุ่ง
แม่บอกว่าให้พาไปกินข้าวหน่อย บอกว่าไม่มีเวลา จะไปตีกอล์ฟ
ไม่มีเวลาพาแม่ไปกินข้าว แต่มีเวลาไปตีกอล์ฟ
เห็นตัวเองหรือยัง ? … พ่อแม่พอแก่แล้วก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง
ฝนตก น้ำเซาะ อีกไม่นานโค่น พอถึงวันนั้น เราก็ไม่มีแม่ให้กราบแล้ว
ในหลวงจึงตัดสินพระทัย ไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน เมื่อตอนที่สมเด็จย่าอายุ 93
สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน ในหลวงไปกินข้าวกับแม่ 5 วัน อีก 2 วัน ไปไหนครับ ?
ดร.เชาว์ ณ ศีลวันต์ องคมนตรี บอกว่าในหลวงถือศีล 8
วันพระ ถือศีล 8 นี่ยังไง ? … ต้องงดข้าวเย็น เลยไม่ได้ไปหาแม่วันนี้ เพราะถือศีล
อีกวันหนึ่งที่เหลือ อาจจะกินข้าวกับพระราชินี กับคนใกล้ชิด แต่ 5 วัน … ให้แม่
เห็นภาพชัดแล้วใช่ไหม ? … ตอนนี้เราขยับเข้าไปใกล้ๆ หน่อย ไปดูตอนกินข้าว
ทุกครั้งที่ในหลวงไปหาสมเด็จย่า ในหลวงต้องเข้าไปกราบที่ตัก
แล้วสมเด็จย่าก็จะดึงตัวในหลวงเข้ามากอด กอดเสร็จก็หอมแก้ม
ใครเคยเห็นภาพสมเด็จย่าหอมแก้มในหลวงบ้าง?
ภาพนี้ถ้าใครมีต้องเอาไปใส่กรอบ เป็นภาพความรักของแม่ที่มีต่อลูกอย่างยอดเยี่ยม
ตอนสมเด็จย่าหอมแก้มในหลวง อาจารย์คิดว่าแก้มในหลวงคงไม่หอมเท่าไร เพราะไม่ได้ใส่น้ำหอม
แต่ทำไมสมเด็จย่าหอมแล้วชื่นใจ เพราะท่านได้กลิ่นหอมจากหัวใจในหลวง
“หอมกลิ่นกตัญญู” ไม่นึกเลยว่าลูกคนนี้จะกตัญญูขนาดนี้ จะรักแม่มากขนาดนี้
ตัวแม่เองคือ “สมเด็จย่า” ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นคนธรรมดาสามัญชน เป็นเด็กหญิงสังวาลย์ เกิดหลังวัดอนงค์ เหมือนเด็กหญิงทั่วไป เหมือนพวกเราทุกคนในที่นี้
ในหลวงน่ะเกิดมา เป็นพระองค์เจ้า เป็นลูกเจ้าฟ้า ปัจจุบันเป็นกษัตริย์ เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่เหนือหัว
แต่ในหลวงที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ก้มลงกราบคนธรรมดา ที่เป็นแม่ หัวใจลูกที่เคารพแม่ กตัญญูกับแม่อย่างนี้ หาไม่ได้อีกแล้ว
คนบางคน พอเป็นใหญ่เป็นโต ไม่กล้าไหว้แม่ เพราะแม่มาจากเบื้องต่ำ เป็นชาวนา เป็นลูกจ้าง ไม่เคารพแม่ ดูถูกแม่
แต่นี่ … ในหลวง เทิดแม่ไว้เหนือหัว นี่แหละครับความหอม นี่คือเหตุที่สมเด็จย่าหอมแก้มในหลวงทุกครั้ง
ท่านหอมความดี หอมคุณธรรม หอมกตัญญู ของในหลวง
หอมแก้มเสร็จแล้ว ก็ร่วมโต๊ะเสวย ตอนกินข้าวนี่ …
ปกติแค่เห็นลูกมาเยี่ยมก็ชื่นใจแล้ว นี่ลูกมากินข้าวด้วย โอย ยิ่งปลื้มใจ
แม่ทั้งหลายลองคิดดูซิ อะไรอร่อยๆ ในหลวงจะตักใส่ช้อนแม่
อันนี้อร่อย แม่ลองทาน รู้ว่าแม่ชอบทานผัก หยิบผักมาม้วนๆ ใส่ช้อนแม่
เอ้าแม่ แม่ทานซะ ของที่แม่ชอบ … แทนที่จะกินแค่ 3 คำ 4 คำ เจริญอาหาร
กินได้เยอะเพราะมีความสุขที่ได้กินข้าวกับลูก มีความสุขที่ลูกดูแลเอาใจใส่
กินข้าวเสร็จแล้ว ก็มานั่งคุยกับแม่
ในหลวงดำรัสกับแม่ว่าไง ทราบไหม ?
ตอนในหลวงเล็กๆ แม่เคยสอนอะไรที่สำคัญ “อยากฟังแม่สอนอีก”
เป็นยังไงบ้าง ? เป็นกษัตริย์ปกครองประเทศ อยากฟังแม่สอนอีก
พวกเราเป็นยังไง ? เราคิดว่าเรารู้มาก เราเรียนสูง เรามีปริญญา
แม่จบ ป.4 เวลาแม่สอน ตะคอกแม่ ตวาดแม่ กระทืบเท้าใส่แม่
เบื่อจะตายอยู่แล้ว รำคาญ พูดจาซ้ำซาก เมื่อไหร่จะหยุดพูดซะที
เราเหยียบย่ำหัวใจแม่ …
พอสมเด็จย่าสอน … ในหลวงจะเอากระดาษมาจด
มีอยู่เรื่องหนึ่งที่จำได้แม่น … สมเด็จย่าเล่าว่า ตอนเรียนหนังสือที่ Swiss ในหลวงยังเล็กอยู่ เข้ามาบอกว่าอยากได้รถจักรยาน เพื่อนๆ เขามีจักรยานกัน
แม่บอกว่า ลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็เก็บสตางค์ที่แม่ให้ไปกินที่โรงเรียนไว้ซิ เก็บมาหยอดกระปุก วันละเหรียญ สองเหรียญ พอได้มากพอก็เอาไปซื้อจักรยาน … นี่คือสิ่งที่แม่สอน
แม่สอนอะไร ทราบไหมครับ ?
ถ้าเป็นพ่อแม่บางคน พอลูกขอ รีบกดปุ่ม ATM ให้เลย ประเคนให้เลย ลูกก็ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย เหลิง และหลงตัวเอง พอโตขี้นขับรถเบนซ์ชนตำรวจก็ได้ ยิงตำรวจยังได้ เพราะหลงตัวเอง พ่อกูใหญ่
เห็นไหม ? ตามใจเทิดทูนจนเสียคน
แต่สมเด็จย่านี่ เป็นยอดคุณแม่ สร้างคุณธรรมให้แก่ลูก
ลูกอยากได้ ลูกต้องเก็บสตางค์ที่แม่ให้ไปหย่อนกระปุก
แม่สอน 2 เรื่อง คือ “ให้ประหยัด ให้ยืนอยู่บนขาของตัวเอง”
“ความประหยัด เป็นสมบัติของเศรษฐี” … ใครสอนลูกให้ประหยัดได้ คนนั้นกำลังมอบความเป็นเศรษฐีให้แก่ลูก
พอถึงวันปีใหม่ สมเด็จย่าก็บอกว่า “ปีใหม่แล้ว เราไปซื้อจักรยานกัน”
เอ้า แคะกระปุกดูซิว่ามีเงินเท่าไร ?
เสร็จแล้วสมเด็จย่าก็แถมให้
ส่วนที่แถมนะ มากกว่าเงินที่มีในกระปุกอีก มีเมตตาให้เงินลูก ให้ไม่ได้ให้เปล่า สอนลูกด้วย สอนให้ประหยัด สอนว่าอยากได้อะไรต้องเริ่มจากตัวเรา
คำสอนนั้น ติดตัวในหลวงมาจนทุกวันนี้
เขาบอกว่า ในสวนจิตรเนี่ย คนที่ประหยัดที่สุด คือ “ในหลวง”
ประหยัดที่สุด ทั้งน้ำ ทั้งไฟ เรื่องฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ไม่มี
เป็นอันว่า ภาพนี้ชัดเจน
หวังที่ 2. ยามป่วยไข้ หวังเจ้าเฝ้ารักษา
ดูว่าในหลวง ทำกับแม่ยังไง ? … สมเด็จย่าประชวรอยู่ทีโรงพยาบาลศิริราช
ในหลวงไปเยี่ยมตอนไหนครับ ? … ไปเยี่ยมตอนตี 1 ตี 2 ตี 4 เศษๆ จึงเสด็จกลับ ไปเฝ้าแม่วันละหลายชั่วโมง
แม่พอเห็นลูกมาเยี่ยม ก็หายป่วยไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ทีมแพทย์ที่รักษาสมเด็จย่า เห็นในหลวงมาเยี่ยม มาประทับ ก็ต้องฟิตตามไปด้วย
ต้องปรึกษาหารือกันตลอดว่าจะให้ยายังไง จะเปลี่ยนยาไหม ?
จะปรับปรุงการรักษายังไงให้ดีขึ้น ทำให้สมเด็จย่าได้รับการดูแลที่ดีขึ้น
เห็นภาพไหม ? กลางคืน ในหลวงไปอยู่กับสมเด็จย่า คืนละหลายชั่วโมง ไปให้ความอบอุ่นทุกคืน
ลองหันมาดูตัวเราเองซิ ตอนพ่อแม่ป่วย โผล่หน้าเข้าไปดูหน่อยนึง
ถามว่า ตอนนี้อาการเป็นยังไง ? … พ่อแม่ยังไม่ทันตอบเลย ฉันมีธุระ งานยุ่งต้องไปแล้ว
โผล่หน้าไปให้เห็นพอแค่เป็นมารยาท แล้วก็กลับ
เราไม่ได้ไปเพราะความกตัญญู เราไม่ได้ไปเพื่อทดแทนพระคุณท่าน น่าอายไหม ?
ในหลวงเสด็จไปประทับกับแม่ ตอนแม่ป่วย ไปทุกวัน ไปให้ความอบอุ่น
ประทับอยู่วันละหลายชั่วโมง … นี่คือสิ่งที่ในหลวงทำ
คราวหนึ่ง ในหลวงป่วย สมเด็จย่าก็ป่วย
ไปอยู่ศิริราชด้วยกัน อยู่คนละมุมตึก
ตอนเช้าในหลวงเปิดประตู แอ๊ด ออกมา … พยาบาลกำลังเข็นรถสมเด็จย่า ออกมารับลม ผ่านหน้าห้องพอดี
ในหลวงพอเห็นแม่ รีบออกจากห้อง มาแย่งพยาบาลเข็นรถ มหาดเล็กกราบทูลว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องเข็น มีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว
ในหลวงมีรับสั่งว่า “แม่ของเรา ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น เราเข็นเองได้”
นี่ขนาดเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นกษัตริย์ ยังเดินมาเข็นรถให้แม่ ยังมาป้อนข้าว ป้อนน้ำให้แม่ ป้อนยาให้แม่ ให้ความอบอุ่นแก่แม่ เลี้ยงหัวใจแม่ ยอดเยี่ยมจริงๆ เห็นภาพนี้แล้วซาบซึ้ง
หวังที่ 3. เมื่อถึงยามต้องตายวายชีวา หวังลูกช่วยปิดตาเมื่อสิ้นใจ
วันนั้นในหลวงเฝ้าสมเด็จย่าอยู่จนถึงตี 4 ตี 5 เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน จับมือแม่ กอดแม่ ปรนนิบัติแม่ จนกระทั่ง “แม่หลับ” จึงเสด็จกลับ
พอไปถึงวัง เขาโทรศัพท์มาแจ้งว่า “สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์” ในหลวงรีบเสด็จกลับไปศิริราช เห็นสมเด็จย่านอนหลับตาอยู่บนเตียง
ในหลวงทำยังไงครับ ?
ในหลวงตรงเข้าไปคุกเข่า กราบลงที่หน้าอกแม่ พระพักต์ในหลวงตรงกับหัวใจแม่ “ขอหอมหัวใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย” ซบหน้านิ่งอยู่นาน แล้วค่อยๆ เงยพระพักตร์ขึ้น น้ำพระเนตรไหลนอง
ต่อไปนี้ … จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว เอามือกุมมือแม่ไว้ มือนิ่มๆ ที่ไกวเปลนี้แหละ ที่ปั้นลูกจนได้เป็นกษัตริย์ เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้งเมือง ชีวตลูก แม่ปั้น
มองเห็นหวีปักอยู่ที่ผมแม่ ในหลวงจับหวี ค่อยๆ หวีผมให้แม่ หวี … หวี … หวี … หวี ให้แม่สวยที่สุด แต่งตัวให้แม่ ให้แม่สวยที่สุด ในวันสุดท้ายของแม่
เป็นภาพที่ประทับใจอาจารย์ที่สุด “เป็นสุดยอดของลูกกตัญู” หาที่เปรียบไม่ได้อีกแล้ว
บทความนี้เป็นบทความที่คัดลอกมาจากหนังสือเรื่อง “หยุดความเลว … ที่ … ไล่ล่าคุณ”
ผู้เขียน: พ.อ. (พิเศษ) ทองคำ ศรีโยธิน
ที่มา: มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ
🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭
มงคลแผ่นดิน : มุมเล็กๆ ของคนรักในหลวง
26 มกราคม 2569
ชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อย
ศึกษาและชื่นชมพระราชกรณียกิจของพระองค์
ทั้งด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน หลักเศรษฐกิจพอเพียง
และแนวคิดการทรงงานที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
หลายคนยกย่องพระองค์ว่าเป็น “กษัตริย์นักพัฒนา”
และเป็นแบบอย่างของผู้นำที่ทำงานด้วยหัวใจอย่างแท้จริง
🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭
มงคลแผ่นดิน : มุมเล็กๆ ของคนรักในหลวง
@mongkolpandin
22 มกราคม 2569
เมื่อตอนเล็กๆ ถือได้ว่าเราสองคนเป็นลูกคนกลางทั้งคู่ จึงเป็นเพื่อนเล่นกันมาตลอด น้องน้อยเป็นเด็กที่เชื่อฟังและอยู่ในโอวาทของพี่ๆ เสมอ อยากที่จะมีส่วนร่วมกิจกรรมต่างๆ กับพี่ๆ เป็นเด็กที่กล้า ตรงไปตรงมา ซนแบบเด็กๆ ทั่วไป และชอบเล่นแบบผู้ชาย
#น้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณ #น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย #พระพันปีหลวง #รักราชวงศ์จักรี
บทความนี้เป็นบทความที่คัดลอกมา
ที่มา: pantip.com
บทความนี้เป็นบทความที่คัดลอกมา
ที่มา: เฟสบุ๊คเพจ ข่าวทหาร
ผู้เขียน: common team
เผยแพร่ครั้งแรก: 6 ตุลาคม 2561
Proin suscipit urna quis pharetra vestibulum. Sed fermentum at lectus nec porta. Proin velit metus, placerat quis enim vel, posuere varius risus. Nunc bibendum mattis est ut lobortis. Duis congue lacinia nulla, nec blandit justo placerat a. Cras enim neque, lobortis ut magna non, hendrerit suscipit lorem. Curabitur nec nisi ante. Donec id volutpat justo, sed ultricies dui. Etiam eget risus diam. Phasellus ac arcu sit amet mauris gravida lobortis. Praesent dapibus sapien sit amet lacus aliquet dictum. Mauris egestas blandit ex eu pulvinar. Vivamus euismod erat ex, vitae congue purus aliquam eu. Nullam eget metus consectetur, finibus sapien vitae, tincidunt nulla. Praesent non ultricies dolor, eu vehicula lacus.