เหรียญสนทนาธรรม
Comments Off on เหรียญสนทนาธรรม

บทความนี้เป็นบทความที่คัดลอกมา
ที่มา:  คมชัดลึก | เผยแพร่เมื่อ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙


ในหลวงรัชกาลที่ ๙ กับสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๙ แห่งรัตนโกสินทร์

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) ขึ้นเป็นสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันศุกร์ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเส็งเอกศก จุลศักราช ๑๓๕๑ ตรงกับวันที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๒ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ช่วงก่อนที่จะได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ประมาณ พ.ศ.๒๕๒๐ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มักเสด็จฯ ไปที่วัดเพื่อสนทนาธรรม โดยรับเสด็จที่โบสถ์บ้าง ที่ตำหนักบ้าง แต่ช่วงหลังไม่สะดวก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ จึงนิมนต์เจ้าพระคุณสมเด็จฯ กับพระสงฆ์อีก ๑๕ รูป เข้าไปในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อถวายสังฆทานทุกวันจันทร์ หลังจากถวายสังฆทานแล้วจะทรงสนทนาธรรมเป็นเวลานับชั่วโมง

อย่างไรก็ตามเมื่อปลาย พ.ศ.๒๕๔๒ พ.ต.ท.เพทาย พรล้วนประเสริฐ สวป. สน.ชนะสงคราม กรุงเทพฯ (ในขณะนั้น) ซึ่งปัจจุบันดำรงชีวิตอยู่ในเพศสมณะ (พระอาจารย์เพทาย นันทวโร สำนักสงฆ์เจริญวิจิตรังสีสุธโธ ต.จันจว้าใต้ อ.แม่จัน จ.เชียงราย) ได้ร่วมกับ นายธนสิทธิ์ มนูคชน ได้กราบทูลประทานขออนุญาตจากสมเด็จพระสังฆราช ร่วมกันจัดสร้าง “เหรียญที่ระลึก ๓ สถาบัน” หรือ “เหรียญสนทนาธรรม” เพื่อแจกจ่ายข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม และข้าราชการอื่นๆ ในเขตกรุงเทพฯ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๓ และอันเป็นปีที่ตรงกับ ค.ศ. ๒๐๐๐

โดยส่วนหนึ่งนำถวายสมเด็จพระสังฆราช เพื่อประทานแก่ศิษยานุศิษย์ในวันคล้ายวันประสูติ วันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๓ และแจกจ่ายให้วัดต่างๆ ที่มีการสร้างถาวรวัตถุนั้นๆ ที่สำคัญ การจัดสร้างมีเจตนาเพื่อแจกจ่ายให้เป็นที่ยึดมั่นทางจิตใจเท่านั้น จึงไม่มีการจำหน่ายให้บูชาใดๆ ทั้งสิ้น

รูปแบบของเหรียญ มีลักษณะด้านหน้าเป็นพระรูปในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงสดับพระธรรมเทศนาจากสมเด็จพระสังฆราช เป็นการส่วนพระองค์ ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๓๗ (แกะพิมพ์จากภาพต้นแบบที่ถ่ายโดย “นายณรงค์ เสริมสกุลวัฒน์” ช่างภาพส่วนพระองค์สมเด็จพระสังฆราช) เพื่อสื่อความหมายถึงพระศาสนาและพระมหากษัตริย์ ส่วนด้านหลังเป็นรูปพระสยามเทวาธิราช เพื่อสื่อความหมายไปถึงชาติไทย

จำนวนการสร้างประกอบด้วยเนื้อทองคำ ๕ เหรียญ, เนื้อเงิน ๘๗ เหรียญ (เท่าพระชนมายุ ๘๗ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช) เนื้อทองแดง ๒๐,๐๐๐ เหรียญ

แบ่งเป็นรมดำ-รมน้ำตาล จำนวน ๑๙,๓๑๔ เหรียญ, ชุบทอง ๓๔๓ เหรียญ, ชุบเงิน ๓๔๓ เหรียญ ทั้งนี้ ได้นำเหรียญทองแดงชุบทองชุบเงินและทองแดง บรรจุใส่กล่องพลาสติกรวมกัน ๓๔๓ กล่อง

จุดเด่นของเหรียญรุ่นนี้คือ การตอกโค้ด ๒ โค้ด ไว้ด้านหลังเหรียญ บริเวณข้างทั้งสองขององค์พระสยามเทวาธิราช โค้ดแรกคือ “Y2K” ตอกอยู่ด้านขวา อันหมายถึงสัญลักษณ์แทนชื่อผู้ร่วมจัดสร้างคือ “พ.ต.ท.เพทาย พรล้วนประเสริฐ” เพื่อสื่อไปถึง พ.ศ. ๒๕๔๓ หรือ ค.ศ. ๒๐๐๐ ที่ทั่วโลกเกรงว่าระบบฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์จะล่มสลายเมื่อถึงสิ้น พ.ศ. ๒๕๔๓ จึงมีการจัดตั้งโปรแกรม Y2K ขึ้นเพื่อป้องกัน ส่วนโค้ดที่ ๒ คือ “ธส.” จะตอกอยู่ด้านซ้าย อันหมายถึงสัญลักษณ์แทนชื่อผู้ร่วมจัดสร้างอีกคนหนึ่งคือ นายธนสิทธิ์ มนูคชน

ปัจจุบัน “เหรียญสนทนาธรรม” เป็นที่เล่นหาสะสมในวงการพระเครื่องและนักสะสมเหรียญเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย โดยเฉพาะ “เหรียญทองคำ” เพราะผู้สร้างเจตนาทำไว้ใช้บูชากันเอง ไม่ได้ทำในเชิงพุทธพาณิชย์ จึงมีเพียงแค่ ๕ เหรียญ เท่านั้น ใครมีไว้ครอบครองถือว่าโชคดีสุดๆ ครบทั้งชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ์อันเป็นที่รักยิ่งอยู่ในเหรียญเดียวกัน


0