ในหลวง รัชกาลที่ ๙ กับ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
Comments Off on ในหลวง รัชกาลที่ ๙ กับ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

เพราะพระเจ้าแผ่นดิน (รัชกาลที่ ๙) ท่านปฏิบัติ (ธรรม)
ต่อไปพุทธศาสนาในเมืองไทยจะเจริญขึ้น เพราะท่านเป็นผู้นำเป็นแบบอย่าง

“หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” วัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านรักในหลวง รัชกาลที่ ๙ มาก ในสมัยที่หลวงปู่มีชีวิต ท่านจะกำชับให้ลูกศิษย์ของท่านเอาบุญจากการภาวนา รวมเข้ากับบุญของพระพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกทั้งหลาย ถวายให้ในหลวง รวมทั้งแผ่เมตตาให้เทพเทวาผู้ปกรักษาพระองค์ท่านให้มีความสุข แล้วก็กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวรของพระองค์ท่าน ให้ไปเกิดในสุคติภูมิ

หลวงปู่กล่าวว่า หากไม่มีในหลวง พระพุทธศาสนาก็ตั้งอยู่ไม่ได้ หลายครั้งที่ลูกศิษย์จะรับทราบได้ว่า หลวงปู่จะเข้าที่เพื่ออธิษฐานช่วยในหลวง ในยามที่พระองค์ทรงพระประชวร

นอกจากนี้ ท่านยังกำชับให้แผ่เมตตาให้ประเทศชาติ ดังเช่น การอธิษฐานช่วยประเทศชาติของ “หลวงปู่เกษม เขมโก” สุสานไตรลักษณ์ ด้วยเช่นกัน (หลวงปู่เกษมจะมีคาถากำกับด้วยว่า รัฐะ ปาลา สมัคคา สทา โหนตุ) สรุปก็คือ นักปฏิบัติต้องไม่ลืมประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะสามสถาบันนี้เกื้อกูลให้เราได้รับความร่มเย็นเป็นสุข ได้รับความสัปปายะแก่การปฏิบัติธรรมสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน

หลวงปู่ดู่-01-auto-1200P

เมื่อหลายสิบปีก่อน ครั้งที่มีข่าวในหลวงรัชกาลที่ ๘ เสด็จสวรรคต หลวงปู่เคยเล่าว่า ท่านเกิดความสลดสังเวชมาก ว่าคนไทยหลายคน ยังขาดกตัญญูกตเวทิตาคุณต่อพระเจ้าอยู่หัว ท่านคิดอยู่เสมอว่า ทำอย่างไรจะให้คนไทยมีความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

สำหรับองค์ของหลวงปู่ดู่เองนั้น ตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งทุกวันนี้ แม้กาลเวลาล่วงเลยไปหลายสิบปี กิจวัตรอันหนึ่งที่ท่านทำอยู่มิได้ขาด คือ การสวดมนต์ถวายพระพรแด่ในหลวงทุกวันตลอดมา ขอให้พระองค์มีพระชนมายุยิ่งยืนนานเป็นมิ่งขวัญคนไทยตลอดไป

หลวงปู่ยังได้กล่าวไว้อีกว่า เพราะพระเจ้าแผ่นดิน (รัชกาลที่ ๙) ท่านปฏิบัติ (ธรรม) ต่อไปพุทธศาสนาในเมืองไทยจะเจริญขึ้น เพราะท่านเป็นผู้นำเป็นแบบอย่าง

หลวงปู่ดู่-02-auto-1200P

สมัยหนึ่งเมื่อหลวงปู่ดู่ยังทรงสังขารอยู่นั้น บ่ายของวันที่แดดร่มลมตก จู่ๆ ท่านก็เปรยกับคณะศิษย์ที่ประกอบด้วย “คนตาดี” หลายคนว่า

“พวกแกลองดูทีซิว่า มีพระรูปไหนอยู่กับในหลวงบ้าง” เข้าใจว่าท่านคงหมายถึงกายทิพย์หรือบารมีที่พระมหาเถระแต่ละองค์อธิษฐานพิทักษ์รักษาในหลวง

ศิษย์ท่านหนึ่งก็ “เข้าที่” ตามหลวงปู่สั่ง พักหนึ่งก็ลืมตาแล้วตอบว่า “หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ลำปางครับ”

หลวงปู่ยิ้มแล้วว่า “นั่นองค์หนึ่งละ มีใครอีก”

ศิษย์แสนซนคนหนึ่งตอบทันที “หลวงพ่อนั่นแหละครับ”

ท่านมองหน้าแล้วถาม “ทำไมแกจึงว่าอย่างนั้น”

ศิษย์อธิบายว่า “อ้าว ก็หลวงพ่อรู้ได้ว่ามีองค์นั้น องค์นี้ อยู่กับในหลวง แสดงว่าหลวงพ่อก็ต้องไปมาด้วยน่ะสิ ไม่อย่างนั้นจะรู้ได้ยังไง”

เมื่อเข้าเนื้อ ท่านโบกมือให้ยุติเรื่องทันที ศิษย์ก็ถึงที่ยิ้มไป …

“คนอื่นเขาห้อยพระ แต่ผมห้อยเหรียญอันนี้แหละ”

ซาเจ๊ะ หม่อโป๊ะกู่ หรือ พ่อหลวงซาเจ๊ะ อดีตผู้ใหญ่บ้านดอยผาหมี วัย 74 ปี กุลีกุจอไปหยิบสร้อยคอที่ห้อยเหรียญที่ระลึกขนาดเท่าเหรียญสิบบาทมาให้เราดู

ด้านหน้าเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครึ่งพระองค์ ผินพระพักตร์เบื้องซ้าย รอบริมขอบเหรียญมีข้อความว่า ‘ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙’

หลวงปู่ดู่-03-auto-1200P
พ่อหลวงซาเจ๊ะในชุดข้าราชการผู้ใหญ่บ้าน ประคองพระกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยน้องชาย อาบอซาเคอะ (ใส่หมวกสีขาว) ที่ประคองตัวล่อไว้ตลอดเวลา (Photo : www.pinterest.co.uk)

ตามไปชิมชาสูตรเฉพาะของชาวอาข่าที่กลายมาเป็น ‘ชาเสวย’ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อได้ที่ “จากชาของชาวป่า สู่ “ชาเสวย” ของในหลวงรัชกาลที่ 9”

จากชาของชาวป่า สู่ ‘ชาเสวย’ ของในหลวงรัชกาลที่ 9


บทความนี้เป็นบทความที่คัดลอกมา
ที่มา: becommon.co
ผู้เขียน: common team
เผยแพร่ครั้งแรก: 6 ตุลาคม 2561

Proin suscipit urna quis pharetra vestibulum. Sed fermentum at lectus nec porta. Proin velit metus, placerat quis enim vel, posuere varius risus. Nunc bibendum mattis est ut lobortis. Duis congue lacinia nulla, nec blandit justo placerat a. Cras enim neque, lobortis ut magna non, hendrerit suscipit lorem. Curabitur nec nisi ante. Donec id volutpat justo, sed ultricies dui. Etiam eget risus diam. Phasellus ac arcu sit amet mauris gravida lobortis. Praesent dapibus sapien sit amet lacus aliquet dictum. Mauris egestas blandit ex eu pulvinar. Vivamus euismod erat ex, vitae congue purus aliquam eu. Nullam eget metus consectetur, finibus sapien vitae, tincidunt nulla. Praesent non ultricies dolor, eu vehicula lacus.

0